บทที่ 3 ทำไมถึงไม่บอกผม (NC)

“คุณเคยวันไนต์ไหมครับ”

เสียงแหบพร่าที่เอ่ยถาม ดวงตาพราวระยับอย่างมีชั้นเชิงจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่งามของอีกฝ่าย จนเธอรู้สึกราวกับถูกตรึงไว้อยู่อย่างนั้น

“ไม่เคยค่ะ” เสียงหวานอย่างมีจริตเอ่ยตอบพลางจ้องมองกลับไป ยิ่งคล้ายเชิญชวนให้เธอน่าค้นหา

“งั้น…ถ้าผมชวนล่ะครับ คุณจะโอเคไหม”

ไร้เสียงตอบ มีเพียงริมฝีปากบางที่เผลอเผยอขึ้นเมื่อถูกชายหนุ่มหล่อที่เพิ่งพบกันวันแรกเอ่ยชวนอย่างมีนัยบางอย่าง

เขาไล้นิ้วลูบหลังมือเธอที่วางอยู่บนโต๊ะ คิ้วเข้มเลิกขึ้นข้างหนึ่งเป็นเชิงถาม ในขณะที่คนตอบยังหาคำตอบไม่ได้ จะมีก็แต่ความรู้สึกของลำคอที่แห้งผากขึ้นมาดื้อ ๆ แม้แต่ริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกสีพีชอ่อนไว้ก็ยังรู้สึกเช่นเดียวกัน ทำให้เธอเผลอส่งปลายลิ้นออกมาเลียริมฝีปากเพียงนิดด้วยความเคยชิน

ดวงตาคู่คมจ้องมองเรียวลิ้นสีชมพูที่แลบออกมาเมื่อครู่ นิ้วมือยาวที่ไล้เพียงหลังมือในตอนแรกก็ลูบเลยหัวนิ้วโป้ง ก่อนกดลงไปที่ฝ่ามือของเธอหนัก ๆ วนเวียนอย่างนั้นเพื่อรอคำตอบ

เธอแสดงท่าทีลังเลออกมาอย่างเห็นได้ชัด จนกระทั่งความคิดเรื่องการแต่งงานกับลูกชายของตระกูลธนัทพรภวิษย์แล่นเข้ามาในหัว เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น ความรู้สึกที่คิดว่าจะปฏิเสธในตอนแรกก็แปรเปลี่ยนไปเมื่อเธอมองคนตรงหน้าดี ๆ อีกครั้ง

เธออยากมีมลทิน ถ้าต้องแต่งงานแล้วเสียพรหมจรรย์ให้กับชายที่ไม่ได้รัก เธอยอมเสียมันให้คนที่เธอถูกใจ แม้จะเป็นความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน แต่มันก็ยังดีกว่า ถือเป็นโอกาสให้ชีวิตเธอได้ทำอะไรสนุก ๆ แบบนี้แล้วกัน

ร่างบางหลุบสายตาลงต่ำมองการกระทำของอีกฝ่าย แค่นิ้วโป้งที่ไล้วนก็ทำเธอร้อนผ่าวไปทั้งกายแล้ว สติสัมปชัญญะที่มีอยู่น้อยนิดก็แตกกระเจิงในที่สุด

ไม่ต้องมีคำตอบใด ๆ ออกจากปาก แค่เขาลุกขึ้นจับมือเธอไว้อยู่อย่างนั้น ก่อนจะออกแรงจูงมือให้เดินตามมา เธอก็ขึ้นมาอยู่ที่ห้องพักชั้นสามสิบของโรงแรมหรูนี้กับเขาเสียแล้ว

คนหล่อที่ดูขี้เล่นสักหน่อยในตอนแรก กลับกลายร่างเป็นคนหื่นกระหายเพียงแค่ประตูห้องพักปิดลง เขาตะโบมจูบดูดดุนริมฝีปากบาง กอดเล้าโลมเธอเหมือนคนอดอยาก และออกจะดิบเถื่อนอยู่ในที

“อื้ออ”

จูบที่ดุรุนแรงแต่กลับแฝงความอ่อนโยน เล้าโลมกระตุ้นให้เธอยิ่งสนองตอบอย่างเร่าร้อนไม่ต่างกัน

สายเสื้อเส้นเล็กสีแดงสดถูกดึงออกจากหัวไหล่อย่างไม่เบามือนัก ถ้าเขารุนแรงกว่านี้อีกนิด ชุดตัวสวยของเธอคงจะขาดคามือได้ แผ่นแปะจุกสีสวยก็ถูกกระตุกทิ้งไว้อยู่ตรงหน้าประตูเช่นกัน

อกอิ่มทั้งสองข้างอวดความเต่งตึงอยู่ตรงหน้า ก่อนถูกเขาฟัดลงมาอย่างแรง ตอเล็ก ๆ ของหนวดเคราจาง ๆ ที่ครูดผ่านผิวเนียนสวย ชวนให้คนตัวเล็กที่ยืนอยู่อย่างไม่มั่นคงถึงกับกัดปากตัวเองเอาไว้แน่น

สองเต้าก้อนโตถูกดูดเม้มอย่างแรงสลับกันไปมา นิ้วมือใหญ่ที่ไล้ฝ่ามือเธอจนร้อนรุ่ม แต่เมื่อมันเปลี่ยนมาขยำก้อนเนื้อทั้งสองก้อน กลับยิ่งทวีความร้อนเร่า อีกข้างถูกมือหนึ่งนวดเฟ้น อีกข้างก็ถูกเขาดูดเม้มยอดไตแข็งขืนสู้ลิ้น

“อ๊า”

เพลงขิมไม่สามารถเก็บเสียงตัวเองได้อีกต่อไป ฝ่ามือเล็กเผลอยกขึ้นขยำผมนุ่มสีเทาของเขาอย่างแรงไม่แพ้กัน

เขาดูดแรง เธอแอ่นเร่า เขาขยำ เธอขยุ้ม

“อ๊ะ”

เสียงร้องตกใจเบา ๆ เมื่อเธอถูกช้อนก้นขึ้นไปนั่งหลังตู้รองเท้าที่สูงแค่เอว แพนตี้ตัวเล็กสีเดียวกับชุดถูกรั้งออกอย่างรวดเร็ว เรียวขาคู่งามถูกดันเข่ายกสูงให้ถ่างอ้าออก

แสงไฟวอร์มไลท์ภายในห้องยิ่งขับผิวขาวเนียนให้นวลผ่อง เนินเนื้ออวบอูมกลางกายสาวไร้ขนปกคลุมที่ถูกอ้าออกก็ยิ่งน่ามอง

“ค..คุณ”

ร่างสูงไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาแทรกตัวมายืนกลางหว่างขาสวย ยื่นหน้ามาพ่นลมหายใจร้อนผ่าวที่ข้างหูเธอเบา ๆ ราวกับแกล้งให้เธอขนลุกเล่น ก่อนจะไล้ลิ้นตวัดเลียใบหูสะอาดของเธอจนเปียกชุ่ม กดลิ้นลากต่ำลงมาจนถึงลำคอระหง และยิ่งลากต่ำลงมาเรื่อย ๆ

เธอเสียวสะท้านวูบวาบไปทั้งตัว ขนอ่อนที่ลำคอจนถึงแผ่นหลังชวนให้พร้อมใจกันลุกชัน

เขาหยุดลิ้นที่ไล้เลียเธอมาทั้งตัวอยู่ที่เนินสามเหลี่ยมอวบอิ่ม เพลงขิมแทบจะกลั้นใจ รอรับสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้นในตอนต่อไป เพราะรู้ดีว่าเขากำลังจะทำอะไร

“ทำไมถึงสวยขนาดนี้”

ชายหนุ่มออกปากชมพร้อมกับสายตาพราวเสน่ห์นั่นที่จ้องหว่างขาของเธออย่างไม่วางตา ถึงเขาจะบอกว่าสวยแต่เธอก็ยังอายอยู่ดี ขาเรียวสองข้างขยับหนีบเข้าหากันทันที แต่ก็ไม่วายถูกเขาจับแหกอ้าออกกว้างอีกครั้ง

“อ๊า คุณคะ”

แค่ปลายลิ้นอุ่นที่ลากผ่านรอยแยกสีสด คนบนหลังตู้เล็กนั่นก็ครางเสียงหวานออกมาแทบจะทันที

ปลายเท้าเล็กที่ยังอยู่บนรองเท้าส้นสูงสีแดง จิกเท้าด้วยความเสียวซ่านจนเกินจะบรรยาย

ลิ้นร้ายตวัดเลียช้า ๆ ก่อนจะกดปลายลิ้นวนเวียนที่เม็ดติ่งสวาทใจกลางความสาว

เขากดลิ้นขยี้ปุ่มกระสันลงไปอย่างแรง เธอก็ยิ่งร่อนเอวสูงใส่ ฝ่ามือที่เท้าโต๊ะไว้ด้านหลังยิ่งส่งให้สะโพกมนลอยเหนือพื้น เสียงลิ้นตวัดเลียดูดเม้มดังจ๊วบจ๊าบหยาบโลน แต่มันก็ยิ่งกระตุ้นความต้องการให้พลุกพล่านมากขึ้นด้วยเช่นกัน

“อ๊า อื้ออ”

เสียงครางครวญจวนจะขาดใจยิ่งดัง เมื่อเขาห่อปลายลิ้นแหย่ร่องสวาทหวานเยิ้ม เธอที่ตกอยู่ในภวังค์ราคะก็เผลอกดศีรษะเขาแนบเข้าร่องแอ่งน้ำรักอย่างไม่รู้ตัว

ลิ้นที่ตวัดเลียรัวเร็วอย่างช่ำชองและรู้ดีว่าจุดไหนที่เธอจะยิ่งกระสันอยากเสียวแทบขาดใจ จุดนั้นเขาก็จะยิ่งบดลิ้นรัวลงไปมากเท่านั้น

เพลงขิมแอ่นเอวร่อนครางกระเส่าอยู่สักพัก และหวีดร้องออกมาในที่สุด หยาดน้ำใสเยิ้มแตกทะลักยังถูกลิ้นร้ายตวัดเลียหมดทุกหยาดหยดจนแทบแห้งเหือด

เขาเงยหน้าขึ้นใช้นิ้วโป้งปาดเช็ดมุมปาก จ้องมองคนที่ยังนั่งอ้าขาด้วยสายตากรุ้มกริ่ม เพลงขิมรีบหุบเรียวขาปกปิดแก้เก้อความอาย แต่เขาก็จับมันอ้าออกอีกครั้ง มือหนาเลื่อนลงไปปลดหัวเข็มขัดราคาแพงออก พลางหยิบอุปกรณ์ป้องกันซองเล็กออกมาจากกระเป๋ากางเกง

เธอมองภาพนั้นด้วยใจสั่นไหว แท่งเอ็นลำใหญ่ตั้งโค้งงออยู่ต่อหน้า พลันริมฝีปากสวยก็แห้งผากขึ้นมาอีกครั้ง

ร่างสูงตะปบมือลงที่สะโพกกลม รั้งก้นงอนงามให้ขยับเข้าหาแท่งเอ็นอันเขื่องที่ตั้งท่ารอเสียบเข้าไป เธอเผลอยกมือดันหน้าท้องแกร่งไว้แต่อีกฝ่ายกลับไม่สนใจ ยิ่งขยับก้นเธอเข้าหาเพื่อจดจ่อแก่นกายแข็งขืนที่ปากทางรัก ก่อนลากหัวมนถูขึ้นลงเบา ๆ แค่นั้นก็ทำเธอสะท้านเสียวจนขมิบเกร็ง

กึด กึด

สวบ!!

“กรี๊ดดด”

เพลงขิมร้องเสียงหลงเมื่อคนตรงหน้ายัดแท่งเอ็นใหญ่เข้ามาอย่างแรง ความเจ็บนี้มากกว่าความเจ็บไหน ๆ ที่เธอเคยเจ็บมาทั้งชีวิต

หัวเห็ดสีสดบานใหญ่ผ่านช่องทางคับแน่นได้เพียงหัว เขาก็ต้องหยุดชะงักลงแค่นั้น พาให้สติอันน้อยนิดกลับมาอีกครั้ง

เธอยังไม่เคย…

“ว่าแล้วเชียว ทำไมถึงไม่บอกผม”

คนตัวเล็กไม่ตอบ เอาแต่ส่ายหน้าที่เหยเกด้วยความเจ็บไปมา เขาไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้ แม้จะแอบคิดอยู่เหมือนกันว่าเธอดูไม่ต่างกับสาวบริสุทธิ์ ช่องทางรักของเธอปิดสนิทราวกับไม่เคยมีใครได้สัมผัสมาก่อน แต่อีกใจก็ไม่เชื่อ เพราะหากว่าเธอบริสุทธิ์จริงจะมากับเขาง่าย ๆ แบบนี้ได้อย่างไรกัน

แต่ตอนนี้เขาไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ทัน ได้แต่กัดฟันกรอดอย่างข่มใจเพราะเขาหยุดทุกอย่างไม่ได้แล้ว และเธอก็พร้อมใจมากับเขาเอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป